เงินเดือนออกปุ๊บ จ่ายหนี้บัตรเกลี้ยงปั๊บ… แต่ทำไมถึงยังเป็น “คนจน” ที่ดูเหมือนรวย?

เช้าวันเงินเดือนออก บรรยากาศในออฟฟิศมักจะคึกคักเป็นพิเศษครับ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ‘ท็อป’ รุ่นน้องผม นั่งกดมือถือโอนเงินจ่ายบิลบัตรเครดิตด้วยสีหน้าสะใจสุดๆ

“พี่จิต! เดือนนี้ผมภูมิใจนำเสนอมาก ผมโปะยอดบัตรเครดิตที่รูดไปเมื่อเดือนก่อนเต็มจำนวนเลยนะเว้ย ไม่เสียดอกเบี้ยให้แบงค์สักบาท วินัยการเงินผมโคตรตึงอะบอกเลย!” ท็อปอวดผมด้วยแววตาของผู้ชนะ

ผมมองหน้ามันแล้วถามกลับสั้นๆ “เออ เก่งมาก… แล้วตอนนี้ในบัญชีเงินเดือนมึง เหลือเงินสดสดๆ ให้ใช้ถึงสิ้นเดือนหน้ากี่บาท?”

ท็อปหน้าเจื่อนลงทันที “ก็… เหลืออยู่พันกว่าบาทอะพี่” “อ้าว แล้วอีก 29 วันที่เหลือ มึงจะกินอะไร ค่าข้าว ค่าเดินทาง ค่ากาแฟ มึงจะเอาเงินที่ไหนจ่าย?” ผมจี้ต่อ “แหมพี่… บัตรเครดิตผมวงเงินกลับมาเต็มแล้วไง เดี๋ยวผมก็รูดใช้ชีวิตปกติไปก่อน สิ้นเดือนหน้าเงินเดือนออกก็ค่อยเอามาโปะใหม่ มันก็หมุนรอดทุกเดือนป่าววะพี่”

นี่แหละครับ! วงจรอุบาทว์ที่คนชั้นกลางติดกับดักกันเยอะที่สุด! ผมเรียกมันว่า ‘โรคเสพติดวงเงินทิพย์’

คุณภูมิใจว่าตัวเองจ่ายเต็มจำนวน ไม่เคยเสียดอกเบี้ย คุณคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าธนาคาร แต่ในความจริง… คุณแพ้ราบคาบตั้งแต่คุณไม่มีเงินสดเหลือติดบัญชีแล้วครับ!

การที่คุณต้องเอาเงินเดือนทั้งก้อนไปอุดรอยรั่วในอดีต แล้วหันไปพึ่งบัตรเครดิตเพื่อใช้ชีวิตในวันพรุ่งนี้ มันแปลว่าคุณกำลังเอา ‘กระแสเงินสดในอนาคต’ มาใช้ล่วงหน้าอยู่ตลอดเวลา คุณไม่ได้มีอิสรภาพทางการเงินเลย คุณแค่เปลี่ยนสถานะจาก ‘ทาสดอกเบี้ย’ มาเป็น ‘ทาสวงเงิน’ เท่านั้นเอง

ถ้าวันหนึ่งคุณตกงานกะทันหัน หรือเจ็บป่วยจนทำงานไม่ได้… ไอ้บัตรเครดิตที่คุณภูมิใจนักหนามันจะกลายเป็นเชือกผูกคอคุณทันที เพราะคุณไม่มี ‘เงินสำรอง’ ที่เป็นเงินสดจริงๆ เลยแม้แต่บาทเดียว!

คนรวยที่แท้จริง เขาไม่ได้วัดกันที่วงเงินบัตรเครดิตครับ แต่วัดกันที่ ‘เงินสดสุทธิ’ ที่เหลืออยู่ในบัญชีต่างหาก

— จิต (Jit Business Solutions)

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *