
เย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมนั่งกินข้าวกับ ‘แมน’ รุ่นน้องที่เป็นพนักงานออฟฟิศระดับซีเนียร์ แมนเพิ่งได้ปรับเงินเดือนขึ้นมาหมาดๆ พออาหารมาเสิร์ฟปุ๊บ มันก็วางกุญแจรถยุโรปป้ายแดงลงบนโต๊ะดังแกร๊ก!
“พี่จิต… ดูนี่! รางวัลชีวิตของผม ทำงานหนักมาตั้งหลายปี ขอให้ของขวัญตัวเองชิ้นใหญ่ๆ สักทีเถอะพี่” แมนยิ้มหน้าบาน
ผมเหลือบมองกุญแจรถ แล้วมองหน้ามันตรงๆ
“แมน… มึงดาวน์ไปเท่าไหร่ แล้วต้องผ่อนเดือนละกี่บาท?”
แมนยิ้มแห้งลงนิดนึง “ก็ดาวน์ไปสองแสนกว่าพี่ ผ่อนตกเดือนละสามหมื่นห้า ลากยาว 6 ปีเต็มเลย… แต่ไหวนะพี่ เงินเดือนผมขึ้นแล้ว!”
นี่แหละครับ… ตรรกะสุดพังที่ขังคนชั้นกลางไว้ในวงจรหนี้ไปตลอดกาล!
เราถูกสังคมหล่อหลอมให้เชื่อว่า การทำงานหนักต้องแลกมาด้วยการ “ซื้อของแพงๆ” เพื่อชุบชูจิตใจ คุณเรียกมันว่ารางวัลชีวิต แต่ในมุมมองของ CFO… ผมเรียกมันว่า “การเซ็นสัญญาเป็นทาส” ครับ
“แมน มึงฟังพี่ดีๆ นะ” ผมหยิบกระดาษทิชชู่มาขีดตัวเลขให้มันดู “ไอ้คำว่า ‘รางวัล’ น่ะ มันคือสิ่งที่มึงได้มาฟรีๆ หรือจ่ายเงินสดซื้อมาแล้วจบเว้ย! แต่การที่มึงต้องเอา ‘เวลาทำงานในอนาคตอีก 72 เดือน’ ไปผูกติดกับค่างวดรถ… มึงไม่ได้ให้รางวัลตัวเอง มึงกำลังสร้าง ‘กรงขัง’ ให้ตัวเองต่างหาก!”
ลองคิดตามผมสิครับ ถ้าพรุ่งนี้เช้าแมนเบื่องานจนอยากลาออก หรือเจ้านายงี่เง่าจนทนไม่ไหว แมนจะกล้ายื่นใบลาออกไหม?
คำตอบคือ “ไม่กล้า!” เพราะไอ้ก้อนเหล็กสี่ล้อที่มันเรียกว่ารางวัลชีวิต มันจะหันมาบีบคอมันทันทีที่เงินเดือนขาดหายไปแม้แต่เดือนเดียว!
คนที่รวยจริงๆ เขาไม่เอากระแสเงินสดในอนาคตมาเผาเล่นกับของเสื่อมมูลค่าหรอกครับ เขาให้รางวัลตัวเองด้วยการ ‘ซื้ออิสรภาพ’ ซื้อเวลาให้ตัวเองได้นอนหลับเต็มอิ่มโดยไม่ต้องผวาเบอร์แปลกที่โทรมาทวงหนี้ต่างหาก
ตราบใดที่คุณยังแยกไม่ออกระหว่าง “ของขวัญ” กับ “ภาระ” ต่อให้คุณเงินเดือนหลักแสน คุณก็จะเป็นแค่คนจนที่ดูแพงไปตลอดชีวิตครับ
ใครที่เริ่มรู้ตัวว่ากำลังแบก ‘รางวัลชีวิต’ จนหลังแอ่น หรือหมุนเงินจ่ายค่างวดจนหน้ามืด พิมพ์คำว่า ‘ปลดหนี้’ ทิ้งไว้ครับ! ผมมี Ultimate Debt Planner ที่จะเป็นกระจกบานใหญ่ ช่วยสแกนหนี้ทุกใบ แล้ววางแผนปลดแอกให้คุณกลับมาหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง!
— จิต (Jit Business Solutions)
#JitBusinessSolutions #MoneyMindset #รางวัลชีวิตหรือภาระ #หนี้บัตรเครดิต #วางแผนการเงิน #CFO