
“พี่จิต ช่วยผมด้วย เงินสดในบัญชีร้านเกลี้ยงเลยพี่ พรุ่งนี้ผมไม่มีเงินจ่ายซัพพลายเออร์แล้ว!”
‘บอส’ เจ้าของธุรกิจขายส่งวัตถุดิบอาหาร โทรมาหาผมด้วยเสียงสั่นเครือ บอสเป็นคนเก่งครับ ขยันหาลูกค้า ยอดขายเดือนนึงเหยียบหลักล้าน แต่พอผมเปิดงบกระแสเงินสดของร้านมันดู ผมก็เจอ ‘รูรั่ว’ ขนาดมหึมาที่กำลังสูบเลือดธุรกิจมันจนหมดตัว
“บอส… ยอดลูกหนี้การค้า (A/R) มึงปาเข้าไปเจ็ดแสนกว่าบาท นี่มันอะไรวะ!” ผมถามเสียงเข้ม
“ก็… ลูกค้าประจำทั้งนั้นอะพี่ เขาขอเครดิต 30 วันบ้าง 45 วันบ้าง ผมกลัวว่าถ้าไม่ยอมให้เครดิต เขาจะหนีไปซื้อเจ้าอื่น ผมก็เลยต้องยอมพี่” บอสอ้อมแอ้มตอบ
นี่แหละครับ… หายนะสุดคลาสสิกของคนทำ SME!
คุณกลัวเสียยอดขาย คุณเลยยอมทำตัวเป็น ‘ธนาคารใจดี’ ปล่อยกู้ให้ลูกค้าโดยไม่คิดดอกเบี้ย คุณแบกต้นทุนค่าของ ค่าลูกน้อง ค่าไฟ ไปก่อน แล้วไปนั่งสวดมนต์ภาวนาให้ลูกค้าโอนเงินมาตรงเวลา!
“มึงฟังพี่ดีๆ นะบอส…” ผมอธิบายด้วยโหมด CFO “การที่มึงยอมให้เครดิตลูกค้าเจ็ดแสนบาท แปลว่ามึงเอา ‘เงินสด’ ของมึงไปให้เขาหมุนทำกำไรฟรีๆ นะเว้ย! แล้วพอมึงไม่มีเงินสดมาจ่ายซัพพลายเออร์ มึงก็ต้องไปกดบัตรกดเงินสด หรือกู้แบงค์เสียดอกเบี้ย 15% มาหมุนต่อ… สรุปคือ ลูกค้ารวยขึ้น แต่มึงกำลังจ่ายดอกเบี้ยแทนลูกค้าเนี่ยนะ?!”
การทำธุรกิจ ไม่ใช่งานการกุศลครับ! ยอดขายหลักล้านที่ยังเก็บเงินไม่ได้ มันก็คือ ‘ตัวเลขทิพย์’ ในกระดาษเท่านั้น
ถ้าคุณไม่กล้าทวงเงินลูกค้า ไม่กล้าวางระบบมัดจำ หรือไม่กล้าคัดกรองลูกค้าที่เครดิตพังๆ ออกไป ธุรกิจคุณก็เตรียมตัวตายอย่างเขียดได้เลย
“ตั้งแต่วันนี้ ลูกค้าใหม่ต้องจ่ายเงินสดเท่านั้น! ลูกค้าเก่าที่ค้างจ่ายเกิน 30 วัน มึงหยุดส่งของทันที! ไม่ต้องกลัวเสียลูกค้าหรอกบอส ลูกค้าที่ไม่จ่ายเงิน เขาไม่เรียกลูกค้าเว้ย เขาเรียก ‘เจ้ากรรมนายเวร’!”
— จิต (Jit Business Solutions)
#JitBusinessSolutions #ธุรกิจSME #บริหารกระแสเงินสด #ลูกหนี้การค้า #บัญชีร้านค้า #CFO